Vous êtes sur la page 1sur 5

-----------------------------------------------

สมาคมพระพุทธศาสนาแหงหนึ่งประกาศชักชวนประชาชนใหสงขอเขียนเรื่อง " ถาขาพเจาจะเปดเผย


ความปรารถนาหรือคําอธิษฐาน" ไปที่สมาคม ฉบับของใครดีทสี่ ุดจะไดรับรางวัล

แตรางวัลนัน้ ก็แปลกอยู คือแทนที่จะเปนเงินเปนทองหรือของที่ระลึก กลับเปนวาขอเขียนของผูนั้นจะ


ไดรับการพิจารณาจัดพิมพในวารสารของสมาคม ที่ออกเปนประจํานัน้ สวนหนึ่ง อีกสวนหนึ่งจะจัดพิมพ
เปนใบปลิวหรือจุลสารสําหรับแจกแกประชาชน เพราะฉะนั้นรางวัลดังกลาวนี้ ก็คือการไดมีสวนชวยกัน
บําเพ็ญประโยชนแกคนทัว่ ไป ซึ่งทางสมาคมถือวาสูงกวาการไดเงินทองหรือสิ่งของ

ขอกําหนดนั้นมีอยูวา ถาทานจะตั้งความปรารถนาใดๆ หรืออธิษฐานจิตเพื่ออะไรในฐานะที่เปน


พุทธศาสนิกชน และถาทานจะเปดเผยความปรารถนาหรือคําอธิษฐานนั้นใหคนอื่นไดทราบบาง ก็ขอให
เขียนมาเปนขอ ๆ ไมเกิน ๑๐ ขอ และจะอธิบายคลุมทัง้ หมดก็ได แตคําอธิบายทั้งหมดนั้นจะตองไมยาว
เกิน ๑ หนากระดาษ

คนที่ไดทราบประกาศนีพ้ ากันสนใจ ที่เห็นวาเปนการประกวดไมซ้ําแบบใคร และมีทีทาวาเปนคําสอน


ไปในตัวของสมาคมพระพุทธศาสนาแหงนั้น ตั้งแตเริ่มประกาศใหประชาชนรู คือเปนคําสอนแบบใหคิด
เอาเอง ใครคิดเปนก็ไดรับคําสอนมาก ใครคิดไมเปนหรือคิดไมออก ประกาศนั้นไมเปนพิษเปนภัยอะไร
แตกลับใหสติที่จะชวยกันบําเพ็ญประโยชนสาธารณะ โดยไมหวังสิ่งตอบแทนดวยซ้ํา

กรรมการสมาคมปรึกษากันวา ผูสงขอความเขาประกวดถามีถึง ๑๐ คน ก็นับวานายินดีเปนอยางยิ่ง


แลว แตกลับปรากฎวา มีผูสงขอความเขาประกวดอยางมากมายเกินที่คาดคิดไว

คณะกรรมการของสมาคมตองตรวจขอเขียนที่สงมาประกวดนั้นอยางเครงเครียด ในจํานวนขอเขียน
หลายรอยฉบับ มีอยูฉบับหนึ่งที่เขียนสงมาเฉพาะคําแสดงความปรารถนาหรือคําอธิษฐาน รวม ๑๐ ขอ
ไมมีคําอธิบายประกอบ ในการนี้ผูสงมากลาววาเห็นวาคําอธิษฐานเหลานี้ชัดเจนในตัวแลวจึงไม
จําเปนตองเขียนอธิบายเพิม่ เติมอีก เวนไวแตตอนทายคําอธิษฐาน ไดกลาวสรุปไวเพื่อใหเห็นวา ตัว
ผูเขียนยังไมดีพอ จึงตองมีหลักฐานไวเตือนตัวเอง และที่แปลกก็คือ เปนคําอธิษฐานเพื่อคุณธรรม
มากกวาการขอทรัพยสมบัตใิ ด ๆ
คณะกรรมการมีมติเปนเอกฉันทตัดสินใหขอเขียนของผูนั้นไดรางวัลที่ 1 แตก็ไมสามารถทราบไดวาผู
นั้นเปนใคร เพราะมิไดใหชื่อที่อยูกํากับไวดวย
ขอเขียนที่แสดงถึงความปรารถนาหรือคําอธิษฐาน ๑๐ ประการนั้น มีดังตอไปนี้

๑. ขออยาใหขาพเจาเปนคนคิดจะไดดีอะไรอยางลอย ๆ นั่งนอนคอยแตโชค
วาสนา โดยไมลงมือทําความดี หรือไมเพียรพยายาม สรางความเจริญกาวหนา
ใหแกตน ถาขาพเจาจะไดดีอะไรก็ขอใหไดเพราะทําไดทําความดีอยางสมเหตุผล
เถิด

๒. ขออยาใหขาพเจาเปนคนลืมตนดูหมิ่นเหยียดหยามใคร ๆ ซึ่งอาจดอยกวา
ในทางตําแหนง ฐานะการเงิน หรือในทางวิชาความรู ขอใหขาพเจามีความเห็น
อกเห็นใจคนอื่น ใหเกียรติแกเขาตามความเหมาะสมในการติดตอเกี่ยวของ
กันเถิด อยาแสดงอาการขมขูเยาะเยยใครๆ ดวยประการใดๆเลย ก็ขอใหมีความ
ออนโยน นุมนวล สุภาพเรียบรอยเถิด

๓. ถาใครพลาดพลั้งลงในการครองชีวิตหรือตองประสบความทุกข ความเดือดรอน
เพราะเหตุใดๆก็ตาม ขออยาใหขาพเจาเหยียบย่ําซ้าํ เติมคนเหลานั้น แตจงมี
ความกรุณาหาทางชวยเขาลุกขึ้น ชวยผอนคลายความทุกขรอนแกเขาเทาที่จะ
สามารถทําได

๔. ใครก็ตามที่มีความรูความสามารถขึ้นมาเทาเทียมหรือเกือบเทาเทียมขาพเจาก็ดี
มีความรูความสามารถหรือมีผลงานอันปรากฏดีเดน สูงสงอยางนานิยมยกยองยิ่ง
กวาขาพเจา ขออยาใหขาพเจารูสึกริษยาหรือกังวลใจในความเจริญของผูนนั้
เลยแมแตนอ ย ขอใหขาพเจาพลอยยินดีในความดี ความรูความสามารถของ
บุคคลเหลานั้นดวยใจจริง ชวยสงเสริมสนับสนุนและใหกําลังใจแกคนเหลานั้น
อันเขาลักษณะการมีมุทิตาจิตในพระพุทธศาสนา ซึ่งตรงกันขามกับความริษยา ขอ
อยาใหเปนอยางบางคน ที่เกรงนักหนาวาคนอื่นจะดีเทาเทียมหรือดียิ่งกวาตน คอย
หาทางพูดจาติเตียน ใสไคลใหคนทั้งหลายเห็นวาผูนนั้ ยังบกพรองอยางนั้นอยางนี้
ขอใหขาพเจามีน้ําใจสะอาด พูดสงเสริมยกยองผูอื่นที่ควรยกยองเถิด
๕. ขอใหขาพเจาเปนผูมนี ้ําใจเข็มแข็งอดทน อยาเปนคนขี้บน ในเมื่อมี
ความยากลําบากอะไรเกิดขึ้น ขอใหมีกําลังใจตอสูกับความยากลําบากนั้น ๆ
โดยไมตองออนวอนใหสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาชวย ขออยาเปนคนออนแอเหลียวหาที่
พึ่ง เพราะไมรูจักทําตนใหเปนที่พึ่งของตนเลย ขออยาใหขาพเจาเปนคน
ชอบไดอภิสิทธิ์ คือ สิทธิเหนือคนอื่น เชน ไปตรวจทีโ่ รงพยาบาล ก็ขอให
พอใจนั่งคอยตามลําดับ อยาวุนวายจะเขาตรวจกอน ทัง้ ที่ตนไปถึงทีหลัง ใน
การสอบแขงขันเพื่อคัดเลือกใด ๆ ขออยาใหขาพเจาคิดหาวิธีลัดหรือวิธีทุจริต
ใดๆ รวมทั้งขออยาไดวิ่งเตนเขาหาคนนัน้ คนนี้ เพื่อใหเขาชวยใหไดผลดีกวา
คนอื่น ทั้งๆทีข่ าพเจาอาจมีคะแนนสูคนอืน่ ไมไดเถิด

๖. ขาพเจาทํางานที่ใด ขออยาใหขาพเจาคิดเอาเปรียบหรือคิดเอาแตได
ในทางสวนตัว เชน เถลไถลไมทํางาน รีบเลิกงานกอนกําหนดเวลา ขอจงมี
ความขยันหมั่นเพียร พอใจในการทํางานใหไดผลดี ดวยความตั้งใจและ
เต็มใจ เพื่อประโยชนของตนเอง ฉะนัน้ เถิด อันเนื่องมาแตความไมคิดเอา
เปรียบในขอนี้ ถาขาพเจาบังเอิญก้ําเกินขาวของ ของที่ทํางานไปในทางสวนตัว
ไดบาง เชน กระดาษ ซอง หรือ เครื่องใชใด ๆ ขอใหขา พเจาระลึกอยูเสมอวา
เปนหนี้อยู และพยายามใชหนี้คืนดวยการซื้อใช หรือทํางานใหมากกวาที่
กําหนด เพื่อเปนการชดเชยความก้ําเกินนั้น ขอนี้รวมทั้ง ขอใหขาพเจาอยา
เอาเปรียบชาติบานเมือง เชน ในเรื่องการเสียภาษีอากร ถารูวายังเสียนอย
ไปกวาที่ควร หรือตามที่กฎหมายกําหนดไว ขอใหขาพเจามีความตั้งใจที่จะ
ชดใชแกชาติบานเมืองอยูเสมอ เมื่อมีโอกาสตอบแทนเมื่อไร ขอใหรีบ
ตอบแทนโดยทันที เชน ในรูปแหงการบริจาคบํารุงโรงพยาบาล บํารุง
การศึกษาหรือบริจาคเพื่อสาธารณะประโยชนอื่น ๆ แบบบริจาคใหมากกวาที่
รูสึกวายังเปนหนี้ชาติบานเมืองอยูเสมอและในขอนี้ขอใหขาพเจาปฏิบัติแมตอ
เอกชนใด ๆ ขออยาใหขาพเจาคิดเอาเปรียบหรือโกงใครเลยแมแตนอย แมแต
จะซื้อของ ถาเขาถอนเงินเกินมา ก็ขอใหขาพเจายินดีคืนใหเขากลับไปเถิด อยา
ยินดีวามีลาภ เพราะเขาทอนเงินเกินมาใหเลย
๗. ขออยาใหขาพเจามักใหญใฝสูง อยากมีหนามีตา อยากมีอํานาจ
อยากเปนใหญเปนโต ขอใหขาพเจาใฝสงบ มีความเปนอยูอยางงาย ๆ
ไมตองเดือดรอนในเรื่องการแขงดีกับใคร ๆ ทั้งนี้เพราะขาพเจาพอจะ
เดาไดวา ความมักใหญใฝสูง ความหยากมีหนามีตา ความอยากมีอํานาจ
และอยากเปนใหญเปนโตนั้น มันเผาใหเรารอน ยิ่งตองแขงดีกบั ใคร ๆ
ดวยก็ยิ่งทําใหเกิดความคิดริษยา คิดใหรายคูแขงขัน ถาอยูอยางใฝสงบมีความ
เปนอยูอยางงาย ๆ ก็จะเย็นอกเย็นใจ ไมตองนอนกายหนาผากถอนใจเพราะ
เกรงคูแขงจะชนะ ไมตองทอดถอนใจเพราะไมสมหวัง ขอใหขาพเจามีความ
เขาใจซาบซึง้ ในพระพุทธภาษิตวา "ผูช นะยอมกอเวร ผูแพยอมอยูเปน
ทุกข ละความชนะความแพเสียได ยอมอยูเปนสุข" ดังนี้เถิด แตทั้งนี้มิได
หมายความวา เมื่อใฝสงบแลว ขาพเจาจะตองอยูอยางเกียจครานไมสรางความ
เจริญทั้งทางโลกและทางธรรม ขาพเจาทราบดีวาพระพุทธศาสนามิไดสอนให
คนเกียจครานงอมืองอเทา แตสอนใหมีความบากบั่นกาวหนาในทางที่ดีไมวา
ทางโลกหรือทางธรรม และความบากบัน่ กาวหนาดังกลาวนั้น ไมจําเปนตอง
ผูกพันอยูกับความทะยานอยาก หรือความมักใหญใฝสูงใด ๆ คงทํางานไปตาม
หนาที่ใหดีที่สดุ ผลดีก็จะเกิดตามมาเอง

๘. ขอใหขาพเจาหมั่นปลูกฝงความรูสึกมีเมตตาปรารถนาดีตอผูอื่น และ
มีกรุณาคิดจะชวยใหผูอื่นพนทุกข ซึ่งพระพุทธเจาแนะนําใหปูพื้นจิตใจดวย
เมตตากรุณาดังกลาวนี้อยูเสมอ จนกระทั่งไมรูสึกวามีใครเปนศัตรูทจี่ ะตองคิด
กําจัดตัดรอนเขาใหถึงความพินาศ ใครไมดี ใครทําชั่วทําผิดขอใหเขาคิดได
กลับตัวไดเสียเถิด อยาทําผิดทําชั่วอีกเลย ถายังขืนทําตอไปก็เปนเรื่องที่ชวย
ไมได เขาจะตองรับผลแหงกรรมชั่วของเขาเอง เราไมตองคิดแชงชักใหเขา
พินาศ เขาก็จะตองถึงความพินาศของเขาอยูแลว จะตองแชงใหใจเราเดือดรอน
ทําไม ขอใหความเมตตาคิดจะใหเปนสุข และกรุณาคิดจะชวยใหพนทุกข
ซึ่งขาพเจาปลูกฝงขึ้นในจิตใจนั้น จงอยาเปนไปในวงแคบและวงจํากัด
ขอจงเปนไปทั้งในมนุษยและสัตวทุกประเภท รวมทั้งสัตวดิรัจฉานดวย
เพราะไมวามนุษยหรือสัตวเหลานั้น ตางก็รักสุขเกลียดทุกข รูจักรักตนเอง
ปรารถนาดีตอ ตนเองดวยดันทั้งสิ้น
๙. ขอใหขาพเจาอยาเปนคนโกรธงาย ตางวาจะโกรธบาง ก็ขอใหมีสติ
รูตัวโดยเร็ววากําลังโกรธ จะไดสอนใจตนเองใหบรรเทาความโกรธลง หรือถา
หามใจใหโกรธไมได ก็ขออยาใหถึงกับคิดประทุษรายผูอื่น หรือคิดอยากใหเขา
ถึงความพินาศ ซึ่งนับเปนมโนทุจริตเลย ขอจงสามารถควบคุมจิตใจใหเปน
ปรกติไดโดยรวดเร็ว เมื่อมีความไมพอใจหรือความโกรธเกิดขึ้นเถิด และ
เนื่องมาจากความปรารถนาขอนี้ ขอใหขาพเจาอยาเปนคนผูกโกรธ ใหรูจัก
ใหอภัย ทําใจใหปลอดโปรงจากการผูกอาฆาตจองเวร ขอใหมีความเห็น
อกเห็นใจผูอื่น โดยรูจักเปรียบเทียบกับตัวขาพเจาเองวาขาพเจาเองก็
อาจทําผิด พูดผิด คิดผิด หรือ อาจลวงเกินผูอื่นได ทั้งโดยมีเจตนาและไม
เจตนา ก็ขาพเจาเองยังทําผิดได เมื่อผูอื่นทําอะไรผิดพลาดลวงเกินไปบาง ก็
จงใหอภัยแกเขาเสียเถิด อยาผูกใจเจ็บหรือเก็บความรูส ึกไมพอใจนั้นมาขังอยู
ในจิตใจ ใหเปนพิษเปนภัยแกตัวเองเลย

๑๐. ขอใหขาพเจามีความรูความเขาใจและสอนใจตัวเองไดเกี่ยวกับคํา
สอนของพระพุทธศาสนา ทั้งทางโลกและทางธรรม กลาวคือ
พระพุทธศาสนาสอนใหรูจักสรางความเจริญแกตนในทางโลก และสอน
ใหประพฤติปฏิบัติยกระดับจิตใจใหสงู ขึ้น ใหมีปญญาเขาใจปญหาแหง
ชีวติ เพื่อจะไดไมติดไมยึดถือ มีจิตใจเบาสบายอันเปนความเจริญ
ในทางธรรม ซึ่งรวมความแลวสอนใหเขากับโลกไดดี ไมเปนภัยอันตรายแก
ใคร ๆ แตกลับเปนประโยชนแกสังคมและประเทศชาติ แตก็ไดสอนไปในทาง
ธรรมใหเขากับธรรมไดดี คือใหรูจักโลก รูเทาโลกและขัดเกลานิสัยใจคอใหดี
ขึ้นกวาเดิม เพื่อบรรลุความดับทุกข ความพนทุกข ขอใหขาพเจามีความเขาใจทัง้ ทางโลกทางธรรม และ
ปฏิบัตติ นใหถกู ตองไดทั้งสองทาง รวมทั้งสามารถหาความสงบใจไดเองและสามารถแนะนําชักชวน
เพื่อนรวมชาติรวมโลก ใหไดประสบความสุขสงบไดตามสมควรเถิด

ความปรารถนาหรือคําอธิษฐานรวม ๑๐ ประการของขาพเจานี้ ขาพเจาตั้งไวเพื่อเปนแนวทางเตือนใจ


หรือสั่งสอนตัวเอง เพราะปรากฏวาตัวขาพเจาเองยังมีขอบกพรอง ซึ่งจะตองวากลาวตักเตือนคอย
ตําหนิตัวเองเสมอ ขาพเจาจึงคิดวาถาไดวางแนวสอนตัวเองขึ้นไวเชนนี้ เมื่อประพฤติผิดพลาดก็อาจระลึก
ได หรือ มีหลักเตือนตนไดงา ยกวาการที่จะนึกวาขาพเจาดีพรอมแลว หรือเปนบุคคลที่สมบูรณแลว ซึ่ง
นับเปนความประมาทหรือลืมตัวอยางยิ่ง